แนวทาง “รอด” ของคนตัวเล็กและกิจการขนาดเล็กในยุคออนไลน์


ผมหวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่าน Blog Post นี้

ถ้าต้องการทำให้อาชีพเดิมกลายเป็นแบบออนไลน์

คลิกที่นี่

ถ้าต้องการให้อาชีพที่มีอยู่รอดในยุคปัจจุบันและอยู่ได้ต่อเนื่องไปในอนาคต 

มีทางเดียวคือต้องทำให้กิจการส่วนตัวที่มีอยู่ในตอนนี้ สามารถทำเงินได้แม้ในยามที่คุณหลับ

แล้วจะทำได้งัย....

ที่เห็นก็มีเพียงแค่วิธีเดียวที่ทำได้ คือ " ออนไลน์ "

แล้วจะ "ออนไลน์" แบบเป็นแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ หรือ แบบนักธุรกิจออนไลน์ คุณจะเลือกเป็นอะไร ?

ถ้าสงสัยว่าแบบพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ กับแบบนักธุรกิจออนไลน์ แตกต่างกันยังงัย

มาดูคำนิยามแบบตรงไปตรงมากัน

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คือ คนที่ต้องการขายสินค้าอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์อีคอมเมิร์ชและโซเชียลมีเดีย ในแบบ B2C (Business to Customer)

B คือคุณเองที่เป็นแม่ค้าหรือพ่อค้า และผู้บริโภคคือ C คือคนที่ต้องการซื้อปลีกเพื่อใช้สินค้านั้นจากคุณ

ระบบการขายก็จะไม่ค่อยมีอะไรมากมาย จะซื้อขายกันก็ใช้วิธีโอนผ่านเข้าบัญชีเลย โดยไม่ได้เช็คอะไรมากมายว่ามีตัวตนจริงหรือเปล่า,เว็บไซต์ก็ไม่ได้สวยมาก,โซเชียลมีเดียก็ธรรมดาทั่วไป

ตื่นเช้ามาก็ริวิวสินค้าและโพสต์ขายสินค้าเหมือนพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป ทำแบบนี้ทุกวัน นี่ล่ะคือนิยามของแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์  

ส่วนอีกแบบ "นักธุรกิจออนไลน์"

เป็นลักษณะเมื่อสร้างกิจการอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่งแล้ว เอากิจการนั้นไปอยู่บนออนไลน์หรือบนแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย,อีคอมเมิร์ซหรือเว็บไซต์

แต่จะมีวิธีคิดและวิธีการทำกิจการอย่างมีแบบแผน, มีระบบหน้าบ้านและหลังบ้านอย่างชัดเจน และบางคนมีการจดตั้งบริษัทแบบนิติบุคคลอีกด้วย

ต้องการมีรูปแบบการขายที่เป็นระบบ,มีการจัดเก็บฐานข้อมูลลูกค้า,มีระบบชำระเงินที่มีมาตรฐานและปลอดภัยและมีระบบติดตามและติดต่อกับลูกค้าได้โดยตรง ในเวลาที่ต้องการจะแจ้งข่าวสารหรือมีสินค้าใหม่

นี่ล่ะที่ตรงกับคำนิยามของ "นักธุรกิจออนไลน์"

การที่จะทำเงินเพิ่มจากเดิมที่เป็นอยู่ เหมือนกับต้องมีกระเป๋าเงินเพิ่มขึ้นมาอีกใบจึงจะสามารถทำได้อย่างที่ตั้งใจ ในแบบที่สามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ไปจนแก่เฒ่าได้

ผมแนะนำว่าถ้าจะกระโจนเข้ามามีกิจการของตัวเองในแบบออนไลน์ คุณต้องคิดและเป็นแบบนักธุรกิจออนไลน์

เพราะการจะขายสินค้าได้ ไม่ใช่มีแค่การขายแบบ B2C เท่านั้น แต่คุณสามารถขายแบบ B2B (Business to Business )ได้ด้วย เพราะคนที่ซื้อสินค้าหรือบริการคุณ อาจเป็นเจ้าของบริษัทฯหรือองค์กรได้เหมือนกัน

มันขึ้นอยู่กับกิจการออนไลน์ที่คุณจะสร้างให้มันเป็นแบบไหน

ใครก็ตามที่กำลังเริ่มต้นเข้าสู่ออนไลน์ ผมมักจะสนับสนุนให้เข้ามาทำเลย และทำมันอย่างจริงจังในแบบนักธุรกิจออนไลน์ มากกว่าเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์

แน่นอนว่าการตั้งไข่แบบเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ใช่เรื่องผิด แต่อยากให้คุณคิดไว้ล่วงหน้าเลยว่าภายในอีก 1 ปี หรือ 2 ปีข้างหน้า คุณจะต้องพัฒนาและกลายเป็นนักธุรกิจออนไลน์

นอกจากข้อแตกต่างระหว่างแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์กับนักธุรกิจออนไลน์แล้ว ผมมักจะแนะนำและเล่าให้คนที่เรียนกับผมทุกคนฟังเรื่องของ

"ช่างตัดผมออนไลน์" กับ "นักธุรกิจตัดผมออนไลน์"

ช่างตัดผมออนไลน์ประเภท B2C จะเห็นได้ทั่วไปคือบริการตัดผมให้กับลูกค้าในแต่ละวันในร้านของตัวเอง อาจจะมีการขายผลิตภัณฑ์บำรุงผมหรือผิวเป็นตัวเสริมบ้างทั้งในร้านและ Market Place เช่น Lazada , Shopee

รวมถึงใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เช่นโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ลูกค้า Booking วันเวลานัดหมายล่วงหน้าเพื่อการมาใช้บริการทั้งที่ร้านและนอกสถานที่

ชีวิตแต่ละวันก็จะหมุนเวียนไปในแบบเดิม

ส่วนช่างตัดผมที่คิดแบบนักธุรกิจตัดผมออนไลน์ จะแตกต่างออกไป จะเป็นทั้ง B2C และ B2B, B2B2C

นั่นหมายความว่าสามารถสร้างกระเป๋าเงินเพิ่มได้อีก 2 ใบ กลายเป็น 3 ใบ ให้กับอาชีพเดิมที่ทำอยู่ได้เลย

แล้ว B2B, B2B2C ต้องทำอะไรบ้างและทำแบบไหนและเริ่มต้นยังไง ?

ตื่นเช้ามาก็จะเปิดร้านและบริการลูกค้าไปตามปกติที่เป็นอยู่ซึ่งก็คือกำลังทำ B2C ไปตามปกติ แต่...

จะเริ่มต้นอัดวีดีโอของการตัดผมในแบบต่างๆสะสมไว้ แล้วนำไปตัดต่อบรรยายเสียงของคุณเข้าไป รวบรวมวีดีโอจนได้แบบทรงผมครบตามที่ต้องการ

เตรียมเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ในการทำอาชีพตัดผมชายที่คุณทำอยู่ พร้อมทั้งขั้นตอนการเปิดร้านและต้นทุนในส่วนต่างๆ พร้อมกับเทคนิคและรูปแบบการบริการลูกค้า,การพูดคุยกับลูกค้า

แล้วนำสิ่งเหล่านี้มาไปจัดทำเป็นคอร์สสอนอาชีพตัดผมชายในแบบออนไลน์ ให้กับกลุ่มคนที่ต้องการมีอาชีพและพร้อมจ่ายเงินซื้อคอร์สนี้เพื่อเริ่มต้นการประกอบอาชีพตัดผมชายเหมือนคุณ

หลังจากนั้นสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มของตัวเองบนโลกออนไลน์ โดยสร้างหน้า Menu ทั่วไป เช่น Home, About Us, Blog และหน้า Booking ที่มีไว้เพื่อให้ผู้คนที่ต้องการใช้บริการตัดผมไม่ว่าจะใช้บริการที่ร้านหรือนอกสถานที่ ได้จองวัน-เวลานัดหมายล่วงหน้า พร้อมระบบชำระเงิน ส่วนนี้เป็น B2C 

ส่วนหน้า Course หรือ Product ส่วนนี้เป็น B2B เพื่อไว้ขายคอร์สออนไลน์ที่เตรียมไว้ในเว็บไซต์เดียวกันนี่ล่ะ

แต่สำหรับกลุ่มคนที่ต้องการทำอาชีพตัดผมชาย สามารถซื้อและเรียนผ่านเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชม. แถมยังเรียนซ้ำได้ตลอด

แล้ว  B2B2C (Business to Business to Customer)  ล่ะ

คือการสร้างเว็บไซต์พร้อมแอพลิเคชั่นเพิ่มขึ้นมา เพื่อไว้รองรับผู้ที่ซื้อคอร์สเรียนออนไลน์จากคุณไปแล้ว

ถามว่ารองรับเรื่องอะไร ?

B ที่ 2 ของ B2B2C ก็คือผู้คนที่ซื้อคอร์สเรียนจากคุณไปเพื่อจะได้มีความรู้เพื่อสร้างอาชีพและมีกิจการเป็นของตัวเอง

เมื่อเขาเรียนฝึกฝนจนเปิดร้านของเขาได้แล้ว สิ่งที่เขาต้องการให้เกิดขึ้นตามมา คือ C หรือลูกค้าที่มาตัดผมกับเขา จริงมั๊ย

แล้วลูกค้าจะมาจากไหนในช่วงที่เขาเริ่มต้นของกิจการ ก็มาจากเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นที่คุณได้สร้างไว้รองรับนี่ล่ะ ที่จะคอยทำหน้าที่นี้ให้เพื่อช่วยเหลือทุกคนที่ซื้อคอร์สเรียนจากคุณไป

เพราะเมื่อผู้คนต้องการตัดผม และเข้าไปในเว็บไซต์หรือใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อหาร้านตัดผมที่อยู่ในระแวกที่ใกล้กับที่พวกเขาพักอาศัยอยู่ เมื่อพิมพ์ทำเลที่พวกเขาอยู่ ก็จะเจอร้านตัดผมที่เป็นร้านของผู้ที่ซื้อคอร์สจากคุณและมีร้านของตัวเองได้สำเร็จแล้ว ที่มีรัศมีการให้บริการตรงนั้น

เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นจะไม่เอาร้านตัดผมทั่วไปเข้ามาไว้เด็ดขาด แต่จะเอาเฉพาะร้านของผู้ที่ซื้อคอรส์จากคุณและเปิดร้านของตัวเองแล้ว

เมื่อลูกค้า Booking วัน-เวลา พร้อมชำระเงินผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น เงินก็จะถูกหัก % ไว้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็จะโอนเข้าบัญชีของเจ้าของร้านตัดผมนั้นๆทันทีโดยอัตโนมัติ พร้อมมีระบบยืนยันวัน-เวลานัดหมายให้ทั้งตัวลูกค้าและร้านค้าทันที

เห็นแล้วนะว่า C หรือลูกค้าของ B แต่ก็เป็น C ของคุณไปด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อคอร์สเรียนจากคุณแล้วจบกัน แต่คุณยังทำให้เป็นพาร์ทเนอร์ของคุณต่อไปได้อีก วินวินด้วยกันทั้งหมด

ทีนี้ลองหลับตาและลองคิดเล่นๆว่ามีผู้คนซื้อคอร์สเรียนออนไลน์ของคุณ 1,000 คน แล้วคนเหล่านั้นก็เปิดร้านเป็นของตัวเองได้โดยกระจัดกระจายกันไปตามทำเลพื้นที่ต่างๆกันไป 

สมมุติส่วนแบ่งที่ได้จากเเพลตฟอร์มที่คุณสร้างขึ้นนี้ คือ 5 บาท/ลูกค้า/ร้าน เอาแค่นี้พอไม่ต้องเยอะ ทีนี้ลองกดเครื่องคิดเลขคำนวณกันเอาเองว่าถ้ามีลูกค้า 1 คน/ร้าน คุณจะทำเงินจากส่วนนี้ได้ต่อวันเท่าไหร่ 

เรามาสรุปกันดูอีกทีระหว่าง "ช่างตัดผมออนไลน์" กับ "นักธุรกิจตัดผมออนไลน์" อีกที

ถ้าคุณทำเหมือนช่างตัดผมออนไลน์ ทั่วๆไป 

  • มีแหล่งรายได้ จาก B2C คือค่าบริการต่อหัวต่อวัน,ขายผลิตภัณฑ์เสริมในร้าน

แต่ถ้าคุณทำเหมือนนักธุรกิจตัดผมออนไลน์

  • มีแหล่งรายได้ จาก B2C คือ ค่าบริการต่อหัวต่อวัน,ขายผลิตภัณฑ์เสริมในร้าน
  • มีแหล่งรายได้จาก B2B คือ คอร์สออนไลน์, eBook, Podcast, หนังสือ
  • มีแหล่งรายได้จาก B2B2C คือ ส่วนแบ่งจากแพลตฟอร์มที่สร้างไว้หรือค่าลิขสิทธิ์

จากเดิมมีเพียง 1 ช่องทางในการทำเงิน แต่เปลี่ยนเป็น 3 ช่องทาง การทำเงินได้เพียงแค่ปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการ

ถ้าวันนี้กิจการที่คุณทำอยู่ยังมีแหล่งรายได้แบบ B2C อย่างเดียว ให้เอาแนวทางนี้ไปใช้และลงมือทำ แล้วโอกาสจะสูงกว่าที่คุณเป็นอยู่ในตอนนี้ 

อย่ากลัวว่า "ความรู้,ทักษะ,ความชำนาญ" ที่คุณมีอยู่ตอนนี้จะไม่มีใครต้องการ ถ้าไม่เชื่อนะ เอางี้ลองใช้ Google ดูว่ามีผู้คนค้นหาความรู้ในอาชีพที่คุณทำมีจำนวนมากโดยที่คุณคิดไม่ถึงมาก่อน

อย่ากลัวว่าผู้คนจะมาเป็นคู่แข่งในอาชีพเดียวกับคุณ เพราะยังไงคุณก็ไม่สามารถขยายอาชีพของคุณได้ด้วยตัวคุณเองในทุกตำบล,ทุกอำเภอ หรือทุกจังหวัดได้อยู่แล้ว

แต่จงช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่นที่เขาต้องการมีอาชีพแบบเดียวกับที่คุณทำให้มากให้เขาได้มีอาชีพไว้สร้างเงินเลี้ยงชีพได้ และสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน ผลลัพธ์ที่กลับมาที่คุณจะเป็นทวีคุณ

ผมเตรียมวิธีการและเครื่องมือ ที่ช่วยให้คุณนำสิ่งที่คุณรู้,ความชำนาญบางอย่างที่คุณมี,ทักษะในอาชีพที่คุณทำอยู่ เพื่อเปลี่ยนเป็นสินค้าดิจิตัลและใช้เป็นสินค้าชิ้นแรกในการเริ่มต้นสร้างธุรกิจออนไลน์ของคุณเอง

8 อย่างตาสว่าง


หากตอนนี้ปัญหาคุณคือยังไม่รู้ว่าชีวิตคุณต้องเตรียมเงินไว้ใช้ในชีวิตเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอเพื่อทำให้ชีวิตไม่ต้องกังวลหรือวิตก


 eBook นี้ช่วยให้คุณคำนวณออกมาได้อย่างแม่นยำและนำไปใช้ออกแบบชีวิตได้ถูกทาง


Zero To 30 Day Launch


หากตอนนี้ปัญหายังไม่รู้วิธีการที่สามารถทำให้คุณสร้างธุรกิจออนไลน์ที่เป็นสไตล์และตัวตนคุณได้


Course นี้ช่วยให้คุณลงมือสร้างด้วยตัวเองได้ภายใน 30 วัน เพียงรู้และลงมือทำในสิ่งจำเป็นเพียงไม่กีอย่าง


Content & Copywriting Template


หากตอนนี้ปัญาคุณคือการเขียน Content (เนื้อหา) และ Copywriting (การเขียนโฆษณา)เป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลามาก 


Template นี้จะปลดล็อคช่วยทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย,ประหยัดเวลา คุณเพียงเติมคำในช่องว่างพร้อมปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจคุณ แล้วนำไปใช้งานได้ทันที


Email Sale Auto Pilot Template


หากปัญาคุณคือการโฆษณาที่ต้องพึ่งพาการใช้เงินอยู่เสมอแต่ด้วยกลยุทธ์ Email Marketing ที่มีประสิทธิภาพทำให้ปัญหานี้หมดไป


Template นี้ช่วยทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย,ประหยัดเวลา คุณเพียงเติมคำในช่องว่างพร้อมปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจคุณ แล้วนำไปใช้งานได้ทันที