ผมขอเล่าแบบนี้นะ

หน้านี้ผมไม่ได้เขียนไว้ขายอะไรทันที
จริง ๆ ผมเขียนไว้เหมือนคุยกับใครสักคน
ที่ยังทำงานอยู่เหมือนผม
ยังไม่ได้เดือดร้อน
ยังไม่ถึงกับล้ม

แต่เริ่มคิดอะไรบางอย่างในใจ

ประมาณว่า…

ถ้าเรายังใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
พออายุเกิน 55 ไปแล้ว
ชีวิตมันจะยังเบาอยู่ไหมวะ


ผมไม่รู้ว่าคุณเข้ามาเจอหน้านี้ได้ยังไง
อาจมาจากคลิปหนึ่ง
จากโพสต์หนึ่ง
หรือจากวันที่คุณนั่งเงียบ ๆ
แล้วรู้สึกว่า

“เออ…
เราควรคิดเรื่องอนาคต
ให้จริงจังกว่านี้แล้วมั้ง”

ผมเองก็ไม่ได้เริ่มจากวันที่ชีวิตพังนะ
ไม่ได้ตกงาน
ไม่ได้ล้มละลาย

แค่เริ่มรู้สึกว่า
เวลามันเดินเร็วขึ้นทุกปีจริง ๆ

ถ้าวันนี้คุณอายุใกล้ 55
หรือบางคนอาจเกินมาแล้ว

แล้วยังต้องเอาแรง
เอาเวลา
เอาสุขภาพ
ไปแลกเงินแบบเดิมทุกวัน

ผมว่าเราน่าจะเข้าใจกัน
โดยไม่ต้องอธิบายเยอะ


เรื่องชีวิตหลังวัย 55
มันไม่ใช่เรื่องขยันหรือไม่ขยันแล้ว

แต่มันคือเรื่อง
ชีวิตถูกวางโครงสร้างไว้ยังไง

เพราะต่อให้เราขยันแค่ไหน
ถ้าโครงสร้างชีวิตมันบีบ
วันหนึ่งร่างกาย
ก็จะเป็นฝ่ายแพ้

ผมเลยเริ่มคิดว่า
ถ้าจะรีเซ็ตชีวิตจริง ๆ

มันควรเริ่ม
ก่อนร่างกายไม่ไหว
ไม่ใช่รอให้จำเป็น

เป้าหมายผมไม่ได้เวอร์เลยนะ
ผมไม่ได้อยากรวย

ผมแค่อยากให้ชีวิตหลังจากนี้

– ยังมีเงินเข้ามา แม้วันที่ไม่ทำงาน
– มีเวลาหายใจมากขึ้น
– และไม่ต้องเอาสุขภาพไปแลกเงินเหมือนเดิมทุกปี


แค่นั้นเอง


อย่างแรกที่ผมอยากชวนคุณทำ

ยังไม่ใช่เปลี่ยนชีวิต

ยังไม่ใช่ลาออก
ยังไม่ใช่เริ่มอะไรใหม่

แค่ลองถามตัวเองก่อนว่า

ถ้าหลังอายุ 55
ไปจนถึงประมาณ 90

ชีวิตแบบที่คุณอยากมี
มันต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่

ไม่ต้องเป๊ะ
ไม่ต้องแม่น

แค่เห็นภาพคร่าว ๆ ก็พอ

ผมทำเครื่องมือเล็ก ๆ ไว้
ให้ลองกดดูตัวเลขเล่น ๆ

เหมือนเปิดแผนที่
ดูคร่าว ๆ
ก่อนตัดสินใจเดิน

ขั้นตอนที่ 1. ถ้าอยากลองดู
ลิงก์อยู่ตรงนี้
https://journeyfocus.com/retirement-calculator/


พอเห็นตัวเลขแล้ว
สิ่งที่ผมไม่อยากให้คุณทำเลย
คือ รีบเปลี่ยนชีวิต

เพราะหลายคน
เห็นตัวเลข
แล้วตื่น
แล้วเครียด
แล้วรีบตัดสินใจผิด

สิ่งที่ควรทำก่อน
คือมองให้เห็นว่า

ชีวิตมัน “ออกแบบใหม่ได้”

โดยไม่ต้องลาออก
ไม่ต้องเปลี่ยนอาชีพ
และไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

ผมเลยเขียน eBook RESET ขึ้นมา
ไม่ใช่เพื่อสอนสูตร

แต่เพื่อช่วยให้
เห็นเส้นทางก่อน

อ่านแล้ว
คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรทันที
แค่ไม่หลงทาง
ก็ถือว่าคุ้มแล้ว

นี่คือ ขั้นตอนที่ 2 ถ้าอยากดูรายละเอียด
ผมทิ้งลิงก์ไว้ตรงนี้
https://buy.stripe.com/eVqeVd5gF9yFeS1d80eZ205


ผมขอพูดเรื่อง “งานประจำ” ตรง ๆ นิดหนึ่งนะ

ถ้าเรายังต้องทำงาน
คำถามไม่ใช่ว่า

“จะทำงานต่อไหม”

แต่คือ

ทำงานแบบไหน
ที่ไม่ดูดพลังชีวิต
ไปจนหมด


จากที่ผมเจอมา
งานประจำบางแบบ
รายได้พอใช้

แต่แทบไม่มีเวลา
ให้ชีวิตขยับเลย

ในขณะที่งานบางประเภท
แม้จะเหนื่อย

แต่ให้
โครงสร้างชีวิตที่ต่างออกไป

ของผมคือ
งานบนแท่นขุดเจาะน้ำมัน

ทำงาน 28 วัน
พัก 28 วัน

ช่วงพัก
ไม่ต้องทำงาน
แต่ยังได้เงินเดือนตามปกติ


นั่นแปลว่า
รายได้ต่อปีสูงกว่า
และมี
เวลาว่างเป็นก้อนจริง ๆ

28 วันพัก
มันไม่ใช่แค่พักผ่อน

แต่มันคือพื้นที่
ให้คิด
ให้วางชีวิต
ให้สร้างอะไรบางอย่าง
เพื่ออนาคต

ผมไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องมาทำแบบผม
ผมแค่อยากให้เห็นว่า

งานประจำเอง
มันมี “แบบที่ดีกว่า” ให้เลือก


หากคุณไม่เหมาะ
กับงานประจำ
ประเภทนี้
ไม่ใช่ปัญหา
คุณข้ามได้เลย


นี่คือ ขั้นตอนที่ 3 ที่ผมเรียบเรียงไว้ ถ้าอยากดูรายละเอียด
ผมทิ้งลิงก์ไว้ตรงนี้
https://journeyfocus.com/ebook-1-do-this-before-age-55/


หลังจากนั้น
สิ่งที่ผมเริ่มทำจริง ๆ
คือเปลี่ยน

สิ่งที่ทำอยู่แล้ว
ให้กลายเป็นสินทรัพย์

ไม่ว่าจะเป็น
ความรู้ ในงานประจำที่ทำ
ประสบการณ์

หลังจากนั้น
ให้อยู่ในรูป eBook,คอร์สออนไลน์,เวิร์คชอป,การให้คำปรึกษา

 ทักษะงานที่ทำ,ประสบการณ์ → สินทรัพย์ → ระบบชีวิต


ขั้นตอนที่ 4 แนวคิดนี้
อยู่ใน eBook เล่มที่ 2

https://journeyfocus.com/ebook-2-do-this-before-age-55/


ไม่เพียงแค่ ความรู้ , ทักษะ, ความชำนาญ
ในงานประจำที่ทำ
หรืออาชีพที่ทำ เท่านั้น


แม้แต่ "เพลง"
แนวเพลงที่ผมชอบ
กลายเป็นสินทรัพย์ได้เหมือนกัน


ผมทำเพลง
ไม่ใช่เพราะอยากดัง

แต่เพราะผมถามตัวเองว่า

ถ้าวันหนึ่ง
เราไม่อยากเอาแรงไปแลกเงิน

เพลงที่เราทำ
มันดูแลชีวิตเราได้ไหม

ตอนแรกคำตอบคือไม่ได้
ไม่ใช่เพราะเพลงไม่ดี

แต่เพราะมัน
ไม่มีโครงสร้าง

ผมเลยเริ่มมองเพลง
ไม่ใช่แค่เพลง

แต่มองมันเป็น

เพลง → สินทรัพย์ → ระบบชีวิต


พอเริ่มมีสินทรัพย์
ขั้นต่อไป
คือทำให้มันทำงานแทนเรา

ไม่ใช่เพื่อหยุดทำงาน

แต่เพื่อไม่ต้อง
เอาร่างกาย
ไปแลกเงิน
ตลอดชีวิต

แนวคิดนี้อยู่ใน
ขั้นตอนที่ 5
eBook เล่มที่ 3
https://journeyfocus.com/ebook-3-do-this-before-age-55/


ถ้าคุณอยากเริ่มลงมือ
ก็มีหลายแบบให้เลือก

ถ้าคุณอยากมีเงินก้อนเร็วขึ้นจากงานประจำ แบบทำงาน 28 วัน พัก 28 วัน
→ 28 Day Challenge


ถ้าคุณอยากเริ่มเบา ๆ และเริ่มได้ทันที
→ 14 Day Challenge

ถ้าคุณจริงจังระยะยาว
→ 60 Day Challenge

และถ้าคุณไม่อยากลองผิดลองถูก
→ Private Coaching

เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากเตือน

ต่อให้คุณจัดการ
รายได้และเวลาได้ดีแค่ไหน
ถ้าสุขภาพพัง
ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย

ดูแลสุขภาพในระดับลึก
ควบคู่ไปกับการรีเซ็ตชีวิตเสมอ

https://journeyfocus.com/reset-your-life-before-age-55-page-2/


ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้

ผมไม่รู้ว่าคุณจะเลือกอะไรต่อ
และคุณไม่จำเป็นต้องเลือกวันนี้

แค่รู้ว่า

ถ้าวันหนึ่งคุณพร้อม
เส้นทางนี้ยังอยู่ตรงนี้


วุธ
Journey Focus


คนธรรมดา
ที่เลือกคิดเรื่องชีวิตให้เร็วขึ้น

ถ้าเส้นทางนี้
ไม่ช่วยให้ชีวิตคุณเบาขึ้นจริง

คุณไม่ควรต้องจ่ายเพื่อมัน

เพราะสิ่งที่ผมตั้งใจสร้าง
ไม่ใช่แค่ “เนื้อหา”


แต่คือเส้นทางที่ควรมีความหมายกับชีวิตจริงของคุณ
→ คลิกที่นี่เพื่อส่งอีเมลขอรับเงินคืน

คำถามที่มักเกิดขึ้น(และผมขอตอบตรง ๆ)

Q: หน้านี้คือหน้าขายของใช่ไหม

ไม่เชิงครับ

หน้านี้ไม่ได้ถูกเขียนมา
เพื่อให้คุณซื้ออะไรทันที

แต่มันถูกเขียนไว้
เผื่อวันหนึ่ง
คุณเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตระยะยาวของตัวเอง

ถ้าคุณอ่านแล้วรู้สึกว่า
“ยังไม่ถึงเวลา”
คุณปิดหน้านี้ไปได้เลย
ไม่มีอะไรเสียหาย

แต่ถ้าวันหนึ่งคุณกลับมาอ่านอีก
แล้วมันยังตรงกับความคิดในหัว
แปลว่า หน้านี้ทำหน้าที่ของมันแล้ว

Q: บางคนมองว่า ถ้ามีเงินก้อนแล้ว เอาไปลงทุนธุรกิจเลยก็ได้

ร้านกาแฟ คลินิก ร้านอาหาร หรืออย่างอื่น
ทำไมต้องเริ่มจาก “กระดุมเม็ดแรก”
และต้องเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลจากสิ่งที่มีอยู่แล้วด้วย

คำถามนี้สมเหตุสมผลมากครับ
และผมไม่ได้มองว่ามันผิด

การเอาเงินก้อนไปลงทุนธุรกิจ
เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี
ถ้าคุณมี
เวลา
พลัง
และความพร้อมจะรับความเสี่ยง

แต่ปัญหาที่ผมเจอซ้ำ ๆ คือ

คนจำนวนมาก
เอาเงินก้อนสุดท้ายของชีวิต
ไปผูกไว้กับ
ธุรกิจที่ต้องใช้แรง
ใช้เวลา
และใช้การเฝ้าดูตลอดเวลา

ซึ่งถ้ามันไปได้ดี
มันก็ดีมาก

แต่ถ้ามันสะดุด
คนที่รับแรงกระแทก
คือเจ้าของธุรกิจโดยตรง

โดยเฉพาะในวัย
ที่การเริ่มใหม่
ไม่ควรต้องทำบ่อย ๆ

สิ่งที่ผมเรียกว่า
“กระดุมเม็ดแรก”

ไม่ใช่การปฏิเสธการลงทุน
แต่คือการ
ลดความเสี่ยงของชีวิตก่อน

การเริ่มจาก
สินทรัพย์ดิจิทัล
ที่มาจาก
ความรู้
ประสบการณ์
หรือสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว

แทบไม่ต้องใช้เงินก้อน
ไม่ต้องเช่าที่
ไม่ต้องจ้างคน
และไม่ต้องแบกต้นทุนคงที่

ถ้ามันเวิร์ก
คุณได้ระบบรายได้เพิ่ม

ถ้ามันไม่เวิร์ก
ชีวิตคุณแทบไม่เสียหาย

อีกเหตุผลสำคัญคือ

สินทรัพย์ดิจิทัล
ไม่ต้องการ
การเฝ้าร้าน
การยืนหน้างาน
หรือการใช้ร่างกายเป็นหลัก

มันถูกออกแบบมา
เพื่อทำงานแทนเรา
ไม่ใช่ให้เรา
เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงานนั้นตลอดเวลา

สำหรับผม

การทำสินทรัพย์ดิจิทัล
คือการ
ฝึกออกแบบรายได้
โดยไม่ผูกชีวิตไว้กับสถานที่
และไม่ผูกไว้กับแรงงานของตัวเอง

ผมไม่ได้บอกว่า
คุณไม่ควรเปิดร้าน
ไม่ควรลงทุน
หรือไม่ควรทำธุรกิจออฟไลน์

แต่ผมเชื่อว่า

ก่อนจะเอาเงินก้อนไปเสี่ยง
เราควรมีอะไรบางอย่าง
ที่ยังดูแลชีวิตเราได้
แม้ในวันที่ธุรกิจนั้นสะดุด

นั่นคือเหตุผลที่ผมแนะนำ
ให้เริ่มจาก
กระดุมเม็ดแรก

ไม่ใช่เพราะมันเร็ว
หรือเพราะมันง่าย

แต่เพราะมัน
ปลอดภัยกับชีวิตในระยะยาวกว่า

Q: ต้องอายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มคิดเรื่องนี้

ไม่มีตัวเลขตายตัวครับ

แต่จากประสบการณ์ของผม
คนส่วนใหญ่มักเริ่ม “คิดจริง”
ช่วงอายุประมาณ 40–55 ปี

ไม่ใช่เพราะชีวิตพัง
แต่เพราะเริ่มเห็นชัดว่า

เวลา
สุขภาพ
และพลังชีวิต

ไม่ได้เพิ่มขึ้นเหมือนเมื่อก่อน

ถ้าคุณอ่านหน้านี้แล้วรู้สึกว่า
“มันโดน”
อายุก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญแล้ว

Q: ถ้ายังไม่เดือดร้อน ยังไม่มีปัญหา จำเป็นต้องคิดตอนนี้ไหม

จริง ๆ แล้ว
คนที่ยังไม่เดือดร้อน
คือคนที่ควรคิดมากที่สุด

เพราะคุณยังมี
เวลา
พลัง
และทางเลือก

การรีเซ็ตชีวิต
ไม่ควรเริ่มตอนจำเป็น
แต่ควรเริ่มตอนยังเลือกได้

หน้านี้ไม่ได้ชวนให้คุณกลัว
แต่ชวนให้คุณ
คิดก่อนที่ทางเลือกจะเหลือน้อยลง

Q: จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำไหม

ไม่จำเป็นครับ

จริง ๆ แล้ว
แนวคิดทั้งหมดในหน้านี้
ถูกออกแบบมาเพื่อ

คนที่ยังทำงานอยู่

ไม่ว่าจะเป็นงานประจำ
งานกะ
หรือเจ้าของกิจการ

เป้าหมายไม่ใช่
การหนีงาน

แต่คือ
การไม่เอาชีวิตทั้งหมด
ไปผูกไว้กับงานอย่างเดียว

Q: เรื่องงานแท่นขุดเจาะน้ำมัน เหมาะกับทุกคนไหม

ไม่เหมาะกับทุกคนครับ
และผมไม่เคยคิดแบบนั้น

ผมยกมันมาเป็น
ตัวอย่างของงานประจำที่มีโครงสร้างดีกว่า

ไม่ใช่สูตรสำเร็จ
และไม่ใช่คำแนะนำให้ทุกคนต้องเดินเส้นเดียวกัน

ถ้ามันไม่ใช่เส้นทางของคุณ
คุณข้ามได้
โดยไม่หลุดจากแนวคิดหลักของหน้านี้เลย

Q: ถ้าไม่ทำเพลง ไม่เขียน ไม่ขายความรู้ แบบนี้ยังใช้แนวคิดนี้ได้ไหม

ได้ครับ

เพลง
การเขียน
หรือการสร้างเนื้อหา

เป็นแค่ “ตัวอย่าง”
ของการเปลี่ยนสิ่งที่เรามี
ให้กลายเป็นสินทรัพย์

แนวคิดนี้
ไม่ได้จำกัดอยู่ที่อาชีพใดอาชีพหนึ่ง

ถ้าคุณมีประสบการณ์ชีวิต
มีทักษะ
หรือมีความรู้บางอย่าง

มันสามารถถูกออกแบบใหม่ได้
เหมือนกันทั้งหมด

Q: ต้องเก่ง ต้องมีชื่อเสียง หรือมีทุนเยอะไหม

ไม่จำเป็นเลย

แนวคิดทั้งหมดนี้
ถูกเขียนขึ้นมา
สำหรับ คนธรรมดา

คนที่ไม่ได้อยากดัง
ไม่ได้อยากรวยเร็ว
แต่อยากมีชีวิตที่ไม่หนักขึ้นเรื่อย ๆ

ถ้าคุณกำลังมองหาสูตรลัด
หน้านี้อาจไม่เหมาะกับคุณ

แต่ถ้าคุณอยากวางชีวิตให้มั่นคง
แนวคิดนี้จะไม่หายไปตามเวลา

Q: ถ้าอ่านแล้ว ยังไม่อยากซื้ออะไรเลย ได้ไหม

ได้ครับ
และผมอยากให้เป็นแบบนั้นด้วย

คุณไม่จำเป็นต้องซื้ออะไร
เพื่อพิสูจน์ว่าคุณเข้าใจหน้านี้

ถ้าคุณอ่านแล้ว
เริ่มคิดกับตัวเองมากขึ้น
นั่นคือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว

ของทุกอย่างที่ผมทำ
จะยังอยู่ตรงนี้

วันที่คุณพร้อม
คุณค่อยเลือกเอง

Q: สุดท้ายแล้ว หน้านี้ต้องการบอกอะไรกันแน่

ผมไม่ได้อยากบอกให้คุณ
เปลี่ยนชีวิตวันนี้

ผมแค่อยากบอกว่า

ชีวิตหลังวัย 55
ไม่ควรถูกปล่อยให้ “ไหลไปตามเดิม”

ถ้าเราคิดเร็วขึ้นนิดเดียว
วางโครงสร้างให้ชีวิตก่อน
ชีวิตระยะยาว
จะเบาลงกว่าที่คิดไว้มาก

Q: จำเป็นต้องเลิกอาชีพเดิมที่ทำอยู่ไหม

ไม่จำเป็นครับ

จริง ๆ แล้ว
แนวคิดทั้งหมดในหน้านี้
ไม่ได้ถูกออกแบบมา
เพื่อให้คุณทิ้งอาชีพเดิม

ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ

มันถูกออกแบบมา
เพื่อให้คุณ
ไม่ต้องเอาอาชีพเดียว
ไปแบกทั้งชีวิต

ผมไม่เชื่อว่า
การเริ่มใหม่ทั้งหมด
ในวัยที่เวลาและพลัง
ไม่เหมือนเดิมแล้ว
เป็นทางเลือกที่ฉลาดเสมอไป

สิ่งที่ผมทำ
และสิ่งที่ผมแนะนำ
คือการค่อย ๆ
เพิ่ม “เสาหลักอีกต้น” ให้ชีวิต

โดยไม่ต้องรื้อของเดิมทิ้ง

คุณยังทำงานเดิมได้
ยังใช้ความรู้เดิมได้
ยังอยู่ในชีวิตแบบเดิมได้

แค่ไม่ปล่อยให้
รายได้และอนาคต
ผูกอยู่กับมันเพียงอย่างเดียว

ถ้าวันหนึ่ง
คุณพร้อมจะเปลี่ยน
มันควรเป็นการเปลี่ยน
เพราะคุณ “เลือกได้”

ไม่ใช่เปลี่ยน
เพราะคุณ “ไม่มีทางเลือก”

Q: มีสินทรัพย์อย่างที่บอกแล้ว ทำไมชีวิตหลังวัย 55 ถึงไม่เดือดร้อน

เพราะสินทรัพย์
ทำหน้าที่ต่างจากแรงงานครับ

ตอนที่เรายังทำงาน
รายได้เกิดจาก
แรง
เวลา
และสุขภาพ

ถ้าวันไหนเราไม่ทำ
รายได้ก็หยุดทันที

แต่สินทรัพย์
ไม่ทำงานแบบนั้น

สินทรัพย์ที่ถูกออกแบบดี
จะยังสร้างคุณค่าได้
แม้ในวันที่เรา
ไม่ไหวเท่าเดิม

มันอาจไม่ทำให้คุณรวย
แต่มันช่วยให้

ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน
ไม่กดดันชีวิตทุกวัน

เมื่อแรงกดดันลดลง
การตัดสินใจในชีวิต
จะง่ายขึ้นมาก

คุณไม่จำเป็นต้อง
รับงานทุกอย่าง
ไม่ต้องฝืนร่างกาย
และไม่ต้องกลัวว่า
ถ้าวันหนึ่งหยุดทำงาน
ทุกอย่างจะพัง

ชีวิตหลังวัย 55
ไม่ได้ต้องการความหวือหวา

มันต้องการ
ความสม่ำเสมอ
และ
ความแน่นอนบางส่วน

สินทรัพย์
ไม่ได้ทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ

แต่มันช่วยให้
ชีวิตไม่ต้อง
เริ่มต้นใหม่
ในวันที่ไม่อยากเริ่มแล้ว